Entries by phranakornsoft

TRADE CREDIT

TRADECREDIT

TARGET AUDIENCES
Practitioners, Underwriters and Brokers (desiring a wider understanding) Insurance Practitioners (desiring some basic understanding of the product and its several benefits) Finance managers/Accountants/Credit Managers EXIM BANK Exporter

Trade Credit : น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีในการทำธุรกิจ เพราะช่วยดึงดูดคู่ค้าให้สนใจในการร่วมลงทุน รวมถึงเป็นแหล่งเงินทุนที่สําคัญ เนื่องด้วยจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการมีความจำเป็นต้องขยายตลาดไปในกลุ่มผู้ซื้อรายใหม่ที่ยังไม่เคยทำธุรกิจร่วมกัน ความเสี่ยงก็ยิ่งมีโอกาสสูงขึ้นเช่นกัน จึงมีการนำ Trade Credit Insurance เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ การที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการประกันภัยสินเชื่อทางการค้า จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจ และรู้ลึกรู้จริง

เวิร์คช้อปนี้จะช่วยสร้างและเติมเต็มในจุดนั้น ซึ่งจะบรรยายโดย คุณ Jerry Friend ผู้มากประสบการณ์ระดับสากล และยังได้รับเกียรติจาก อ.บุญธิภา เจียรธีรางกูร ผู้มากประสบการณ์ในประเทศไทย ที่จะมาช่วยจับประเด็นและแชร์เคสตัวอย่างเพื่อง่ายต่อการนำไปใช้มากขึ้น

 

TRADE CREDIT 4

TRADE CREDIT 5

Risk management & Loss Control Program for Insurance

การบริหารความเสี่ยงและโปรแกรมการควบคุมความเสียหายในธุรกิจประกันภัย ( Risk management & Loss Control Program for Insurance) จัดอบรมวันที่28-29 ตค ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท 11 
 
กลุ่มผู้ฟัง : ฝ่ายรับประกันภัย เจ้าหน้าที่สำรวจภัย ฝ่ายเรียกร้องค่าสินไหม บริษัทนายหน้าที่ต้องการเพิ่มเติมทักษะในการบริหารความเสียงภัย รายละเอียดเพิ่มเติมคลิ๊ก

Risk management & Loss Control Program for Insurance 9

Risk management & Loss Control Program for Insurance 10

เนื้อหาของแผนการเงินสมบูรณ์แบบ

แผนการเงิน คือกลยุทธ์เพื่อบรรลุเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ทางการเงินของลูกค้า แผนการเงินสมบูรณ์แบบ ควรแสดงถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเงินของลูกค้าทุกด้าน ต่างจากแผนการเงินธรรมดา ที่เจาะจงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และแม้ว่าลูกค้าอาจไม่ต้องการแผนการเงินสมบูรณ์แบบไปเสียทุกคน แต่นักวางแผนการเงินทุกคนควรต้องรู้วิธีทำแผนสมบูรณ์แบบ

รายงานแผนการเงินไม่เพียงแต่ระบุกลยุทธ์ของแผนเท่านั้น แต่แสดงข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องในการวางแผนนั้นด้วย รูปแบบ และลำดับเรื่องในการนำเสนออาจแตกต่างกันไป แต่รายการแผนการเงินจะมีหัวข้อสำคัญ 13 ข้อ ซึ่งครอบคลุมทุกด้านตามสถานการณ์ส่วนบุคคลของลูกค้า ดังนี้

เนื้อหาของแผนการเงินสมบูรณ์แบบ 13

ข้อมูลส่วนตัว รวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องของบุคคล และครอบครัว ทั้งหมดที่แผนนี้ครอบคลุมถึง

เนื้อหาของแผนการเงินสมบูรณ์แบบ 14

เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ทางการเงินของลุกค้า รวมทั้งลำดับความสำคัญของแต่ละเป้าหมาย และกรอบเวลาที่ต้องบรรลุ

เนื้อหาของแผนการเงินสมบูรณ์แบบ 15

ระบุประเด็นที่ต้องวางแผน และปัญหา รวมทั้งค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ภาษี โรคร้ายแรง และปัจจัยอื่นๆ ที่แจเป็นปัญหา ซึ่งอาจจะระบุโดยนักวางแผน หรือตัวลูกค้าเอง หรือที่ปรึกษาคนอื่นๆ นักวางแผนควรพยายามที่จะระบุประเด็น และปัญหาที่ซ่อนเร้นอยู่ด้วย

เนื้อหาของแผนการเงินสมบูรณ์แบบ 16

สมมติฐานที่ในการจัดเตรียมแผนการเงิน เช่น อัตราเงินเฟ้อ การเติบโตของการลงทุน อัตรามรณะ และสมมติฐานอื่นๆ

เนื้อหาของแผนการเงินสมบูรณ์แบบ 17

งบดุล/มูลค่าสุทธิ (Balance sheet/Net worth) การวิเคราะห์ซึ่งรวมถึงรายการทรัพย์สิน และหนี้สิน พร้อมกับการคำนวณหามูลค่าสุทธิ ทั้งนี้อาจระบุรายละเอียดของทรัพย์สิน และหนี้สินนั้นๆ เท่าที่จำเป็น

เนื้อหาของแผนการเงินสมบูรณ์แบบ 18

การจัดการกระแสเงินสด (Cash flow) รายงาน และการวิเคราะห์ที่รวมถึง แหล่งรายได้ และวิธีใช้จ่ายเงินเป็นรายปี ชี้ให้เห็นเงินสดหมุนเวียนสุทธิ โดยแยกบัญชีรายรับอย่างชัดเจน

เนื้อหาของแผนการเงินสมบูรณ์แบบ 19

การทบทวนภาษีเงินได้ รายงาน และการวิเคราะห์ภาษีเงินได้ทุกปีที่เกี่ยวข้องกับแผนนี้ โดยแสดงให้เห็นรายได้ และค่าลดหย่อนที่จะนำมาคำนวณภาระภาษีของลูกค้า การวิเคราะห์ควรแสดงให้เห็นเกณฑ์ภาษีในอัตราก้าวหน้าทุกปี และสถานการณ์พิเศษ เช่น ทางเลือกที่จะประหยัดภาษี ข้อจำกัดที่ทำให้เสียเปรียบทางภาษี และ ฯลฯ ที่มีผลต่อภาระภาษีของลูกค้า

เนื้อหาของแผนการเงินสมบูรณ์แบบ 20

การจัดการความเสี่ยง/การประกัน รายงาน และการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเงินของลูกค้า อันเนื่องมาจากอัตรามรณะ อัตราการเจ็บป่วย การรับผิด และอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงธุรกิจของลูกค้า ในส่วนนี้จะแสดงรายการกรมธรรม์ที่มีอยู่ และการวิเคราะห์ปัญหา รวมถึงการประกันชีวิต ประกันทุพพลภาพ ค่ารักษาพยาบาล การประกันภัยทรัพย์สิน และอุบัติเหตุ การประกันความรับผิด และการประกันธุรกิจ

เนื้อหาของแผนการเงินสมบูรณ์แบบ 21

การลงทุน รายการแสดงบัญชีการลงทุนของลูกค้า และการวิเคราะห์ที่กล่าวถึงสภาพคล่อง การกระจายการลงทุน (Diversification) และความเสี่ยงในการลงทุน นอกจากนั้น จะต้องแสดงถึงความเหมาะสมในการ ลงทุนว่าสอดคล้องกับเป้าหมายของลุกค้าหรือไม่ รวมถึงลักษณะนิสัยในการรับความเสี่ยง (Risk Tolerance) การจัดการความเสี่ยงในการลงทุนความเหมาะสม สภาพคล่อง การกระจายการลงทุน และการจัดการส่วนบุคคล

เนื้อหาของแผนการเงินสมบูรณ์แบบ 22

ความต้องการพิเศษ เช่นการวางแผนเกษียณอายุ แผนกองทุนการศึกษา เป็นการวิเคราะห์ถึงเงินทุนที่จำเป็นเพื่อสนองความต้องการเฉพาะด้านของลุกค้าในอนาคต ซึ่งควรจะคาดการณ์แหล่งเงินที่จะตอบสนองความต้องการนั้นเมื่อถึงเวลา

เนื้อหาของแผนการเงินสมบูรณ์แบบ 23

การวางแผนมรดก เพื่อระบุทรัพย์สินที่รวมอยู่ในกองมรดกของลูกค้า วิเคราะห์ถึงการควบคุม การจัดสรร และภาษีของทรัพย์มรดกนั้นๆ

เนื้อหาของแผนการเงินสมบูรณ์แบบ 24

คำแนะนำ (Recommendations) เป็นลายลักษณ์อักษรระบุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของลูกค้าระบุประเด็น และปัญหาทั้งหมดในแผน รวมถึงสิ่งที่ต้องทำเพื่อชดเชยส่วนที่ยังขาดอยู่

เนื้อหาของแผนการเงินสมบูรณ์แบบ 25

กำหนดการทำตามแผน เพื่อจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำให้เป็นไปตามคำแนะนำ กำหนดผู้รับผิดชอบฝ่ายต่างๆ สิ่งที่ต้องทำและกำหนดเวลา

เรื่องใดในแผนการเงิน ที่นักวางแผนไม่มีความเชี่ยวชาญ เขามีหน้าที่จะต้องขอความร่วมมือจากนักวิชาชีพอื่นๆ และทำเอกสารประกอบการรายงานไว้ในแผนการเงินด้วย เอกสารดังกล่าวควรระบุชื่อของนักวิชาชีพนั้นๆ เพื่อให้รายงานมีความสมบูรณ์ การวิเคราะห์ที่ยกเอาองค์ประกอบของแผนทั้งหมด ควรประกอบด้วยการทบทวนข้อมูลที่สำคัญ การพิจารณาข้อดีข้อเสียในสถานการณ์นั้น และกำหนดว่าจะต้องทำอะไรอีกบ้าง (ถ้ามี) ในแผนควรมีรายงานสรุป (Summary statement) แสดงความเห็นของนักวางแผนในการวิเคราะห์ และให้คำแนะนำ สำหรับทุกส่วนในแผนการเงิน

 

ฉบับหน้าพบกับรายงานการเงินส่วนบุคคล และขั้นตอนการทำงบประมาณ

” อาจารย์ สุทิน สุขเกษม “

เปิดอบรมแล้วน๊า กับหลักสูตรการประกันภัยสุขภาพแบบครบวงจร Update ล่าสุดพร้อมกรณีศึกษา (Health Insurance)

วันที่ 25-26 กันยายน 2562 เวลา 09.00-16.00 น.

ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท 11

บรรยายโดย อาจารย์ภัชารวดี สุขุมะ ผู้มีความรู้ความชำนาญในเรื่องของการประกันสุขภาพ เงื่อนไขความคุ้มครอง ตลอดจนกระบวนการใช้บริการประกันสุขภาพในโรงพยาบาล และการเรียกร้องสินไหมอย่างถูกต้อง

เหมาะสำหรับพนักงานบริษัทประกันภัยฝ่ายรับประกัน การตลาดฝ่ายเรียกร้องค่าสินไหม รวมทั้งตัวแทน นายหน้า

เพื่อก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพในด้านนี้ ต้องไม่พลาดคอร์สนี้เลยค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Inbox หรือ ติดต่อคุณศรีพิกุล โทร 022498585 ต่อ 505

ตอนนี้สามารถติดต่อสถาบันได้ง่ายขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง
เพียง Add Line Official ที่ลิ้งค์นี้ http://nav.cx/flylMOP

หลักสูตร Super Productive Presentation

การนำเสนอที่ดีมักจะนำพาคุณและคนในทีมไปเจอกับโอกาสใหม่ๆเสมอ และยังอาจส่งผลถึงความก้าวหน้าในการงานอาชีพ แต่บางครั้งกลับพลาดโอกาสเหล่านั้นเพียงเพราะเรามีความกลัวและขาดความมั่นใจในการนำเสนอ โดยเฉพาะการนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ ทางสถาบันประกันภัยไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าวจึงได้จัดหลักสูตร Super Productive Presentation ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้คุณเปลี่ยนความกลัวในการนำเสนอ ให้การเป็นการนำเสนออย่างมืออาชีพ สอนโดย คุณ Kate Jackson ผู้เชี่ยวชาญในการสอน Soft Skill อีกทั้งยังมีชื่ออยู่ใน Thailand Tatler ในฐานะ Influential Expat ของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประโยชน์ที่จะได้รับ

ได้พัฒนาทักษะและความรู้ในการออกแบบรูปแบบการนำเสนอ
สามารถลำดับการนำเสนอได้ดีและถ่ายทอดได้อย่างเป็นระบบ
สามารถอธิบายข้อความ รูปภาพ กราฟได้เข้าใจง่าย น่าสนใจ และน่าติดตาม
สามารถเชื่อมโยง Core Value ของบริษัทกับการนำเสนอ
สามารถโน้มน้าวและนำเสนอได้อย่างมั่นใจมีความเป็นมืออาชีพ
สถานที่จัดงาน

Glowfish, ชั้น 2 ตึก Sathorn Thani 2

วันที่จัดงาน

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2562 เวลา 09:30-15:30

(เริ่มลงทะเบียน 09:00)

คอร์สอบรมด้านประกันภัยต่อสำหรับพนักงานสายประกันวินาศภัยระดับพื้นฐาน ครั้งที่ 2 จัดแล้วค่า

คอร์สอบรมด้านประกันภัยต่อสำหรับพนักงานสายประกันวินาศภัยระดับพื้นฐาน ครั้งที่ 2 จัดแล้วค่า 35

คอร์สอบรมด้านประกันภัยต่อสำหรับพนักงานสายประกันวินาศภัยระดับพื้นฐาน ครั้งที่ 2 จัดแล้วค่า 36

เหมาะสำหรับน้องๆ พนักงานที่เพิ่งเข้ามาเริ่มทำงานใหม่ในวงการประกันวินาศภัย และต้องการทำความเข้าใจเรื่องการประกันภัยต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ถูกต้อง

เรียนกับ อาจารย์ ดวงดาวแล้วจะเข้าใจหลักการทำงานและนำไปใช้ในงานที่ทำอยู่ได้จริงๆ เลยค่ะ

จัดอบรม : วันที่ 23-24 ก.ย. 62

สถานที่ : โรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท 11

วิทยากร : อาจารย์ ดวงดาว วิจักขณ์จารุ

คอร์สนี้เปิดสอน 2 วัน ราคาสำหรับผู้ถือหุ้นเพียง 6000 บาท รวมมื้อเที่ยงและคอฟฟี่เบรคตลอด 2 วัน คุ้มมากๆค่ะ

สมัครเรียนได้เลยนะคะ หรือสอบถามข้อมูลได้ทาง inbox หรือ ติดต่อคุณศรีพิกุล โทร 022498585 #505

แล้วพบกันนะคะ 

 

นิยามของการวางแผนการเงิน

แม้ว่ายังไม่มีคำนิยามที่เป็นมาตรฐานสำหรับการวางแผนการเงิน แต่เราอาจให้คำนิยามได้ดังนี้  “การจัดทำแผนการเริ่มปฏิบัติ และติดตามตรวจสอบแผนการเงินสมบูรณ์แบบ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเงินส่วนบุคคล” นิยามนี้เน้นย้ำความจริงที่ว่าจุดเริ่มต้นในการร่างแผนการเงินขึ้นอยู่กับเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ของลูกค้า ไม่ใช่แผนสำเร็จรูปที่เตรียมเสนอสินค้า และบริการที่คิดไว้ล่วงหน้า การวางแผนการเงินยังเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องโดยเหตุที่เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของลูกค้า รวมทั้งสภาพเศรษฐกิจอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

นิยามของการวางแผนการเงิน 38

วัตถุประสงค์ของการวางแผนการเงิน

การวางแผนการเงินเป็นส่วนสำคัญยิ่งในชีวิตของเรา โดยช่วยให้เรามีเงินพอแก่ความต้องการ และ บรรลุเป้าหมายทางการเงิน วัตถุประสงค์ในการวางแผนทางการเงิน จึงเป็นดังนี้

  • เพื่อกำหนดทิศทาง และวิธีการในการตัดสินใจทางการเงิน
  • เพื่อทำความเข้าใจว่าเมื่อตัดสินใจเรื่องการเงินด้านใด ก็จะส่งผลกระทบถึงการเงินด้านอื่นๆด้วย
  • เพื่อให้บุคคลสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้ง่ายขึ้น และมีความสงบทางใจ

ขอบเขตในการวางแผนการเงิน

นิยามของการวางแผนการเงิน 39

แผนการเงินส่วนบุคคล ควรจะมีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะครอบคลุมความจำเป็นทางการเงินทุกด้านของลูกค้าและช่วยให้พวกเขาบรรลุเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ในแต่ละด้าน แผนนี้ควรมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะตอบสนองความจำเป็นและความต้องการส่วนบุคคลของลูกคา ซึ่งแตกต่างกันไป

นิยามของการวางแผนการเงิน 40

การบริหารความเสี่ยง และการวางแผนประกัน ว่าด้วยเรื่องของความคุ้มครอง และทำให้แผนการเงินสามารถป้องกันความเสี่ยงจากการขาดเงินสดหมุนเวียน โดยการจัดการเรื่องการเงิน และการประกันอย่างมีประสิทธิผล

นิยามของการวางแผนการเงิน 41

การวางแผนลงทุน วางแผน ทำแผน และจัดการการนำเงินไปลงทุน และสะสมเพื่อให้มีกระแสเงินสดที่ดีในอนาคต เพื่อการใช้จ่าย และลงทุนต่อไปอีก

นิยามของการวางแผนการเงิน 42

การวางแผนภาษี การวางแผนเพื่อลดภาระภาษีให้น้อยที่สุด เพื่อให้มีกระแสเงินสดไปใช้สำหรับเป้าประสงค์อื่น ๆ

นิยามของการวางแผนการเงิน 43

การวางแผนเกษียณอายุ การวางแผนเพื่ออิสระทางการเงินเมื่อเกษียณ

นิยามของการวางแผนการเงิน 44

การวางแผนมรดก การวางแผนเพื่อสะสม อนุรักษ์ และแจกจ่ายทรัพย์สิน    

6 ขั้นตอนในกระบวนการวางแผนการเงินสมบูรณ์แบบ

การวางแผนการเงินเป็นกระบวนการที่เป็นส่วนตัว และเฉพาะบุคคลอย่างยิ่ง จึงต้องพิจารณาปัจจัยทั้งทางด้านจิตวิทยา และด้านการเงินทุกข้อที่อาจมีผลกระทบต่อเป้าหมาย และวัตถุประสงค์รวมทั้งเป็นการวางกลยุทธ์ระยะยาวทางการเงินของลูกค้า  เพื่อช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแรงเพื่ออนาคตทางการเงินที่มั่นคง ขั้นตอนที่แตกต่างกัน 6 ข้อในการวางแผนทางการเงินที่สมบูรณ์แบบได้แก่

1. สร้างสัมพันธภาพระหว่างลูกค้ากับนักวางแผนการเงิน

เป็นเรื่องของการสร้างสายสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อให้ได้ไว้ความไว้วางใจและเชื่อมั่น ต้องปฏิบัตต่อลูกค้าอย่างซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา ที่สำคัญยิ่งคือ ทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจ และสบายใจในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการวางแผนการเงิน

นิยามของการวางแผนการเงิน 45

2. การรวบรวมข้อมูลลูกค้า และการตั้งเป้าหมายทางการเงิน

เป็นการหาเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ทางการเงินของลูกค้า ซึ่งโดยธรรมชาติจะมีหลายข้อ และเป็นความลับส่วนตัว ซึ่งอาจรวมถึงการเตรียมเงินสำหรับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยของลูก การดูแลพ่อแม่สูงอายุ หรือการเตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน และการเตรียมเงินเพื่อเกษียณอายุ หน้าที่ของนักวางแผนการเงิน คือ การได้ข้อมูลจากลูกค้าอย่างเหมาะสม ถูกต้อง และสมบูรณ์ ทั้งยังต้องเป็นข้อมูลที่ทันสมัยด้วย โดยทั่วไปข้อมูลแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ ประเภทแรก เชิงปริมาณ หรือวัตถุวิสัย ได้แก่ รายการทรัพย์สิน หนี้สิน กรมธรรม์ประกัน พินัยกรรมหรือเอกสารก่อตั้งทรัสต์ รายละเอียดส่วนตัว และครอบครัว เงินฝากออมทรัพย์ และครอบครัว การลงทุน รายละเอียดภาษีเงินได้ ประเภทที่สอง ข้อมูลเชิงคุณภาพหรืออัตวิสัย  ได้แก่ความหวัง และความฝัน นิสัยการยอมรับความเสี่ยง ความชอบ ไม่ชอบ ความคาดหวัง ทัศนคติต่อการมีทรัพย์สิน ความกลัว ความเชื่อทางศาสนา

นิยามของการวางแผนการเงิน 46

3. วิเคราะห์ และประเมินข้อมูล

เมื่อรวบรวมได้แล้ว จะวิเคราะห์เพื่อหาจุดแข็งและจุดอ่อนของลูกค้า ดูว่าลูกค้าอยู่ห่างเป้าหมายเพียงใด ระบุปัญหาทางการเงินต่าง ๆ เช่น มีประกันมาก-น้อยเกินไป ภาระภาษีก้อนใหญ่ กระแสเงินสดไม่พอ การลงทุนโตไม่ทันค่าเงินเฟ้อ รวมถึงประเมินฐานะปัจจุบันของลูกค้าในส่วนที่เกี่ยวพันกับกฎหมาย เช่นเรื่องภาษี หรือกฎหมายมรดก

4. เขียนแผนปฏิบัติการ

จัดทำแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับความจริง เพื่อนำไปสู่การเริ่มปฏิบัติ ต้องแสดงจุดอ่อนจุดแข็งที่เป็นปัจจุบันของลูกค้า โดยมีลักษณะที่สำคัญดังต่อไปนี้

  • ออกแบบเฉพาะตามพื้นฐานสถานการณ์จริงของลูกค้าแต่ละราย เพื่อสนองความจำเป็น และความปรารถนาของเขา
  • ตีแผ่ขุดแข็ง และจุดอ่อนของกลยุทธ์ทุกข้ออย่างชัดเจน
  • จะต้องเป็นแผนที่สอดคล้องกับความเป็นจริง และปฏิบัติได้ตามกำลังเงินของลูกค้า
  • ในการปฏิบัติตามแผนที่มีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย จะต้องระบุฐานะ และหน้าที่ของทุกฝ่ายอย่างชัดเจนมีทางเลือกหลาย ๆ ทางให้ลูกค้าเลือกปฏิบัติได้

เมื่อร่างแผนแล้ว นักวางแผนการเงินต้องไปอภิปรายกับลูกค้า ให้ลูกค้ายอมรับก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติ โดยต้องมีวิธีการเสนอที่ดี มีภาพประกอบ ตาราง และแผนภูมิที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ก่อนที่จะให้ลูกค้ายอมรับ และทำตามแผน ต้องมั่นใจว่าลูกค้าเข้าใจอย่างกระจ่าง เพราะการทำตามแผนอาจต้องมีการจัดสรร และใช้จ่ายเงินทุน

นิยามของการวางแผนการเงิน 47

5. เริ่มทำตามแผนปฏิบัติการ

แผนการเงินจะเป็นประโยชน์ต่อเมื่อคำแนะนำ ได้รับการปฏิบัติ โดยการอนุมัติของลูกค้า และเงินทุนที่จำเป็นในกระบวนการปฏิบัติตามแผน นักวางแผนการเงินจะเริ่มทำตามแผนได้แล้ว ในกรณีที่แผนนั้นมีรายละเอียดมากขั้นตอนนี้อาจต้องร่วมมือกับนักวิชาชีพอื่น เช่น ทนายความ ตัวแทนประกัน ผู้เขียนพินัยกรรม ผู้ขายหน่วยลงทุน ที่ปรึกษาด้านภาษี ฯลฯ เพื่อช่วยทำงานหลายด้านที่กำหนดในแผน

พึงระลึกว่าการกระตุ้น และช่วยเหลือลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญแต่อย่างไรก็ตามการตัดสินใจเริ่มทำแผน การปรับเปลี่ยน หรือการปฏิเสธคำแนะนำที่แสดงไว้ในแผนการเงิน ยังคงเป็นของลูกค้าอย่างสิ้นเชิง

6. ทบทวน และแก้ไขแผนการเงินเป็นระยะ

แผนการเงินจะดีเพียงใด ขึ้นอยู่กับฐานข้อมูล ณ เวลาที่ทำแผนนั้น การทบทวนและแก้ไขแผนการเงิน เมื่อจำเป็นจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อรวมเอาความเปลี่ยนแปลงทั้งเงื่อนไขส่วนตัว และเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ นักวางแผนการเงินควรตรวจสอบความเหมาะสม และประสิทธิผลของเทคนิคที่ใช้ รายงานผลจากการลงทุน และการเปลี่ยนแปลงทางกฏหมาย ฯลฯ

 

” อาจารย์ สุทิน สุขเกษม “

การวางแผนการเงิน

การวางแผนการเงิน

     ในสังคมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นทุกวัน ผู้บริโภคต้องแบกภาระรับผิดชอบต่อครอบครัว ต่องานอาชีพ และต่อชุมชน รวมถึงการเพิ่มคุณค่าชีวิตของตนด้วย ตลาดบริการทางการเงินก็กำลังเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ด้วยกฎหมาย และข้อบังคับใหม่ๆ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ การตลาด การนำเสนอสินค้าหลากหลาย และการโฆษณาที่ขัดแย้งกันผ่านสื่อต่างๆ การตัดสินใจเรื่องการเงินอย่างถูกทาง ถูกเวลา จึงมีความสำคัญยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมาย และความมั่นคงทางการเงินส่วนบุคคล

การวางแผนการเงิน 49

ที่ปรึกษาส่วนบุคคลทำหน้าที่แนะนำกระบวนการวางแผนการเงินโดย ระบุเป้าหมาย เก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ วิเคราะห์ ชี้ปัญหา เสนอทางแก้ปัญหา จนถึงขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการปฏิบัติตามแผน และประเมินผลลัพธ์ ที่ปรึกษาจะช่วยลูกค้าในการเก็บออม ใช้จ่าย ลงทุน ประกัน และวางแผนอย่างฉลาดเพื่ออนาคต  หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นนักขายผู้มีประสบการณ์ และปรารถนาที่จะยกระดับเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ฝ่ายฝึกอบรมและวิชาการขอรวบรวมและนำเสนอเกร็ดความรู้สำหรับผู้สนใจศึกษา พร้อมทั้งได้รับแนวคิดที่ปฏิบัติได้ และกลยุทธ์ที่หลากหลายในการวางแผนทางการเงิน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ซึ่งจะส่งผลให้ท่านสามารถศึกษาและปฏิบัติจนสามารถวางแผนการเงินสมบูรณ์แบบให้ลูกค้าได้ อันได้แก่

การวางแผนการเงินเบื้องต้น
แนวคิดพื้นฐานในการจัดการความเสี่ยง
การวิเคราะห์ความเสี่ยง, ความจำเป็น และการกำหนดเบี้ยประกันบทบาทของการประกันในการวางแผนการเงิน
การวางแผนลงทุน

ค่าของเงินตามเวลา
การวางแผนภาษี
การวางแผนเกษียณอายุ
การวางแผนมรดก
กระบวนการวางแผนการเงินสมบูรณ์แบบ

การวางแผนการเงิน 50

ความจำเป็นในการวางแผนการเงิน

ในอดีตการวางแผนการเงินเป็นสิ่งที่เรียบง่ายกว่าสมัยนี้มาก คนสมัยก่อนแม้มีรายได้ไม่ต้องมากนักก็สามารถเลี้ยงดูครอบครัว ส่งลูกเรียนหนังสือ แล้วยังมีเงินเก็บไว้ในยามเกษียณตามอัตภาพ แต่ในปัจจุบันสิ่งต่างๆ มีความซับซ้อนมากขึ้น จากปัจจัยหลัก ๆ 4 ประการ

การวางแผนการเงิน 51

  1. ความผันผวนทางเศรษฐกิจ

ภาวะเงินเฟ้อ การขึ้นลงของอัตราดอกเบี้ย ความก้าวหน้าทางเทคโนยี และโลกาภิวัตน์ นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเรื่อยๆ สงครามและการก่อการร้ายก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ตัวอย่างที่ชัดเจนของความผันผวนทางเศรษฐกิจ คือ วิกฤตการเงินเอเชียในปี 1997 ซึ่งยังส่งผลตกค้างที่รู้สึกได้จนถึงทุกวันนี้

การวางแผนการเงิน 52

  1. รูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป

ในขณะที่คนเรามีรายได้มากขึ้น รูปแบบการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไป คนทั่วไปร่ำรวยขึ้น และมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีวัตถุนิยมมากขึ้น จึงต้องใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งสิ่งที่เร่งเร้าให้คนใช้จ่ายก็มีวิธีการใหม่มากมายหลายหลาก ทำให้ยิ่งยากที่จะเก็บออม

การวางแผนการเงิน 53

  1. ความหลากหลายของสินค้าทางการเงิน

สินค้าทางการเงินมากมายหลายชนิดเดินแถวออกสู่ตลาดไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ตัวอย่างสินค้าทางการเงินชนิดใหม่ คือ การประกันควบการลงทุน (Investment-Linked Product หรือ ILP) เป็นการประกันที่มีองค์ประกอบของการลงทุน

การวางแผนการเงิน 54

  1. การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ทางภาษี

                กฎระเบียบทางภาษีกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ทำให้ผู้เสียภาษีต้องวางโครงสร้างการใช้จ่ายของตนเสียใหม่ เพื่อให้ได้สิทธิทางภาษีที่เปิดช่องไว้ ความจำเป็นในการวางแผนการเงินนั้นชัดเจนยิ่ง แต่สิ่งที่หน่วงเหนี่ยวไม่ให้บริการทางการเงินเติบโตก็คือ คนไม่ตระหนักในเรื่องนี้ เนื่องจากในหลายประเทศยังไม่มีข้อกำหนดที่ใช้บังคับในเรื่องการวางแผนการเงิน หรือบังคับนักวางแผนการเงิน และยังไม่มีกฎหมายใดห้ามมิให้ใครก็ตามอุปโลกน์ตนเองเป็นนักวางแผนการเงิน

 

นักวางแผนการเงินชนิดต่างๆ

      นักวางแผนการเงิน (Financial Planner) คือ นักวิชาชีพที่ช่วยลูกค้าจัดเตรียมแผนการเงินด้วยการเสนอวิธีแก้ปัญหา และทางเลือกในการจัดการเงินทองของเขา ช่วยจัดการทรัพย์สินและความจำเป็นในการลงทุน เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว นักวางแผนการเงินมีหน้าที่รับผิดชอบในการวางกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสำหรับลูกค้าแต่ละคน ตามสถานะ และลักษณะนิสัย เพื่อให้พวกเขาบรรลุถึงซึ่ง ความฝัน

      นักวางแผนการเงินอาจถูกจัดประเภทตามขอบเขตของบริการที่เขาให้แก่ลูกค้า เช่น นักวางแผนการเงินที่บริการด้านเดียว (Mono-service) บริการหลายด้าน (Multi-services) และบริการรอบด้าน Comprehensive-services)

นักวางแผนการเงินที่บริการด้านเดียว จะเสนอสินค้า หรือบริการเพียงกลุ่มเดียวเป็นประจำ โดยมีความเชี่ยวชาญพิเศษในสินค้าของบริษัท 1-2 แห่งในประเภทเดียวกัน เช่น นักขายประกันชีวิต และวินาศภัย นักขายหน่วยลงทุน นายหน้าค้าหุ้น นักขายอสังหาริมทรัพย์ น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มนี้ นักวางแผนการเงินที่บริการด้านเดียวย่อมถูกจำกัดด้วยสินค้า และบริการของเขา ทำให้ไม่สามารถให้บริการด้านการเงินอย่างเต็มรูปแบบได้

นักวางแผนการเงินที่บริการหลายด้าน มีความซับซ้อนขึ้นโดยการเสนอบริการที่กว้างขึ้น ในแบบผสมผสานสินค้า และบริการต่างประเภทไว้ด้วยกัน บริการแบบผสม (Service-combination) ที่นิยมกันมากที่สุดคือ กองทุนรวมกับการประกันชีวิตและวินาศภัย บางคนก็รวมบริการเขียนพินัยกรรม (Will-writing) ไว้ด้วย

ประเภทที่สาม คือ นักวางแผนการเงินรอบด้าน ซึ่งให้บริการทางการเงินเต็มรูปแบบโดยพิจารณาสถานะทางการเงินของลูกค้าอย่างรอบด้าน และใช้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพที่เกี่ยวข้องหลายสาขา ใช้สินค้าหลายประเภทที่สามารถตอบสนองความจำเป็นทางด้านการเงินทั้งหมดของเขา มีแต่นักวางแผนการเงินรอบด้านเท่านั้นที่สามารถวางแผนการเงินสมบูรณ์แบบได้

การวางแผนทางการเงิน

นักวางแผนการเงินอาจถูกจัดประเภทตามลักษณะค่าตอบแทนที่ได้รับ โดยนักวางแผนการเงินส่วนใหญ่ได้รับค่าตอบแทน 4 แบบดังนี้

ค่าธรรมเนียมอย่างเดียว (Free Only) นักวางแผนการเงินประเภทนี้ คิดค่าบริการแบบอัตราเดียว หรือ รายชั่วโมงตามเวลาที่ใช้ในการจัดทำแผนการเงิน และให้คำแนะนำในการเริ่มทำตามแผน

ค่าธรรมเนียม และค่านายหน้า (Free and Commission) นักวางแผนจำนวนมากคิดค่าธรรมเนียมตามเวลาที่ติดต่อกับลูกค้าในช่วงจัดทำแผนการเงิน หลังจากนั้นก็ให้บริการเริ่มทำตามแผนโดยเสนอสินค้าประกัน หรือลงทุน ซึ่งในส่วนนี้เขาจะได้รับค่านายหน้า

ค่านายหน้าอย่างเดียว (Commission Only) นักวางแผนการเงินบางกลุ่มยังคงรับผลตอบแทนเป็นค่านายหน้าเท่านั้น จากการขายสินค้า และบริการตามคำแนะนำที่ให้แก่ลูกค้า

เงินเดือน (Salary) ธนาคาร บริษัทประกัน และสถาบันการเงินหลากหลายแห่งให้บริการวางแผนการเงินโดยนักวางแผนการเงินแบบมีเงินเดือนประจำ ซึ่งระดับเงินเดือนย่อมขึ้นอยู่กับขอบเขตของสินค้าและบริการ

ผลตอบแทนทั้ง 4 แบบต่างก็มีข้อดี แต่พึงระลึกเสมอว่าค่าตอบแทนเป็นเพียงสาระด้านเดียว ในบรรดาองค์ประกอบที่สำคัญในการเป็นนักวางแผนการเงินที่ดี

# ฉบับหน้าพบกับนิยาม วัตถุประสงค์ ขอบเขตและขั้นตอนในกระบวนการวางแผนการเงินสมบูรณ์แบบ #

รายงานการเงินส่วนบุคคล

หัวใจสำคัญของรายงานการเงิน

            บุคคลที่ต้องการวางแผนทางการเงิน ต้องทำรายงานการเงินของตน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ รายงานการเงินจะเป็นฐานข้อมูลที่มีประโยชน์ในการเปรียบเทียบ ตรวจสอบความก้าวหน้าของลูกค้าว่าเข้าใกล้เป้าหมายเพียงใด

รายงานการเงินส่วนบุคคลที่ใช้ในการวางแผนการเงิน ประกอบด้วยงบดุล บัญชีการแสเงินสด และงบประมาณ  (ประมาณการกระแสเงินสด-Pro forma cash flow statement)

ถอดสมการงบดุล

          สมการเบื้องต้นในการทำบัญชีระบุว่า “ทรัพย์สินลบด้วยหนี้สิน เท่ากับมูลค่าสุทธิ” หรือแปลง่ายๆ ว่า สิ่งที่คุณมี ลบด้วยสิ่งที่คุณเป็นหนี้ คือมูลค่าของคุณ

            ทรัพย์สิน – หนี้สิน = มูลค่าสุทธิ (Net worth)

            ทรัพย์สิน = หนี้สิน + มูลค่าสุทธิ (Net worth or Equity)

            หมายความว่าสิ่งที่เขามีในวันนี้ (Assets) เท่ากับสิ่งที่เขาเป็นหนี้ในวันนี้ (Liabilities) บวกด้วยมูลค่าของเขาในวันนี้ (Equity)

เพิ่มมูลค่าสุทธิให้ลูกค้า

มูลค่าสุทธิเป็นเครื่องวัดความร่ำรวยของแต่ละคน มี 4 วิธี ที่สามารถเพิ่มมูลค่าสุทธิของลูกค้า ดังนี้

รายงานการเงินส่วนบุคคล 56

การเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สิน (Appreciation)

รายงานการเงินส่วนบุคคล 57

การโอนรายได้ไปซื้อทรัพย์สิน

รายงานการเงินส่วนบุคคล 58

ลาภลอย หรือของกำนัลที่ลูกค้าได้รับ

รายงานการเงินส่วนบุคคล 59

การยกเลิกหนี้ เมื่อเจ้าหนี้ยอมละเว้นการเรียกหนี้คืน

ถ้าดูงบดุลโดยละเอียด จะพบว่ามันไม่ได้แสดงว่าเจ้าของบัญชีมีเงินสดสำรองฉุกเฉิน

เพียงพอหรือไม่ การมีมูลค่าสุทธิสูง ไม่ได้หมายถึงการมีกระแสเงินสดที่ดี คนที่มีมูลค่าสุทธิติดลบ จะมีเวลาในการปรับปรุง ถ้าเขามีกระแสเงินสดเป็นบวกเพียงพอที่จะจ่ายหนี้ในปัจจุบัน

รายงานกระแสเงินสดส่วนบุคคล และการจัดการเงินสดหมุนเวียน

          รายงานกระแสเงินสด (Cash flow statement) เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการเงินสดหมุนเวียนทำให้นักวางแผนการเงินเข้าใจได้ดีขึ้น ถึงนิสัยในการใช้จ่ายของลูกค้า ได้เห็นเงินเข้า เงินออกในแต่ละช่วงเวลา

            การจัดการเงินสดหมุนเวียนเป็นเทคนิคขั้นพื้นฐานที่สุดในการวางแผนการเงิน แต่ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายที่สุด ในการที่จะได้ข้อมูลจากลูกค้า เพราะในวัฒนธรรมแบบเอเชีย รายได้และนิสัยในการใช้จ่ายถือเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรบอกใครการจัดการเงินสดหมุนเวียนจะต้องล่วงล้ำเข้าไปถึงนิสัยการใช้จ่าย ซึ่งย่อมมีแรงต้านจากลูกค้าอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงนิสัยในการจับจ่ายอย่างเข้มงวด นักวางแผนจะต้องใช้ความนุ่มนวล และฝึกวิธีสื่อสารอย่างเหมาะสม เพื่อให้กระบวนการดำเนินไปอย่างราบรื่น

           

รายงานการเงินส่วนบุคคล 60

    การจัดการเงินสดหมุนเวียน (Cash flow management) คือกระบวนการวางแผน และควบคุมงบประมาณซึ่งประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ

  1. วิเคราะห์กระแสเงินสด
  2. การวางแผนเงินสดหมุนเวียน
  3. การทำงบประมาณ


  1. การวิเคราะห์กระแสเงินสด

คือ กระบวนการที่จะระบุรายรับรายจ่าย เพื่อดูว่าเมื่อถึงสิ้นเดือนจะมีเงินเหลือบ้าง หรือไม่ก็

ควรจะมีเงินเหลือ เรียกว่า เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย (Discretionary Income) สิ่งแรกที่นักวางแผนต้องทำคือ การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฐานะกระแสเงินสดของลูกค้า โดยใช้แบบสอบถามเพื่อหาข้อมูล (Fact finder) หลังจากนั้นก็นำข้อมูลมาทำรายงานกระแสเงินสดเพื่อวิเคราะห์

            รายงานกระแสเงินสดมี 2 แบบ แบบแรกแสดงรายรับสุทธิ (Net inflows) แต่แบบที่สอง รายรับกับรายจ่ายเท่ากัน เพราะ รายรับ “ส่วนเกิน” (Excess) ถูกนำกลับไปรวมไว้ในรายการ “อื่นๆ”

            นักวางแผนต้องวิเคราะห์รายงานนี้ เพื่อหาจุดแข็ง จุดอ่อนของกระแสการเงินของลูกค้า การวิเคราะห์กระแสเงินสดถือเป็นจุดเริ่มต้นที่นักวางแผนกับลูกค้าจะร่วมกันกำหนดวัตถุประสงค์ ซึ่งถ้าทำอย่างถูกต้องก็จะเปิดเผยให้เห็นการใช้ทรัพยากรทางการเงินที่ขาดประสิทธิภาพของลูกค้า ทั้งยังเน้นให้เห็นแนวทางปฏิบัติในการปรับเปลี่ยนนิสัยการใช้จ่ายที่ไม่ดีได้

            รายรับ – รายจ่าย = ต้องเป็นบวก

รายงานการเงินส่วนบุคคล 61

  1. การวางแผนเงินสดหมุนเวียน

เป้าประสงค์ของการวางแผนเงินสดหมุนเวียน คือ การใช้ประโยชน์สูงสุดจากรายรับหลังหักค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือหลังจากนำค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาหักออกจากรายรับ เงินจำนวนนี้ สามารถนำไปใช้ได้หลายทาง แต่ส่วนใหญ่แล้วมักนำไปลงทุน

นักวางแผนการเงินอาจแนะนำ กลยุทธ์ประโยชน์สูงสุด (Optimization) ที่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่ลูกค้ายอมรับได้ ในขณะเดียวกันก็นำรายได้ส่วนใหญ่ไปลงทุน หรือใช้เพื่อเป้าประสงค์อื่น ลูกค้าจะต้องรักษารูปแบบการใช้ชีวิตอย่างที่เคยให้มากที่สุด ในขณะที่มุ่งไปสู่เป้าหมายด้วยทางเลือกอีกทางก็คือ กลยุทธ์แบบอดออมที่สุด (Maximization) ซึ่งแนวปฏิบัติที่ตามมาอาจตึงเกินกว่าที่ลูค้าจะยอมรับได้ เช่น ลูกค้าอาจต้องย้ายไปอยู่บ้านที่เล็กลง และกินข้าวนอกบ้านให้น้อยลง           เราจะทำอย่างไร ถ้า……รายรับ – รายจ่าย = ผลเป็นลบ

เรามีวิธีปรับเปลี่ยน 2 วิธี

  1. ลดรายจ่าย (ลูกค้าต้องเต็มใจทำ)
  2. หาแหล่งรายได้เพิ่ม เช่น การทำงานล่วงเวลา หรือ ทำธุรกิจใหม่ที่สร้างรายได้ เป็นต้น (ในกรณีที่ลูกค้าไม่ยอมเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต)

รายงานการเงินส่วนบุคคล 62

  1. การทำงบประมาณ

คือ กระบวนการวางแผนที่เจาะจงในเรื่องของการใช้จ่าย และลงทุน จากทรัพยากรทางการเงิน

ของลูกค้า ซึ่งทำได้โดยการเลียนแบบการทำงาน ที่กำหนดงบล่วงหน้า และผลที่ทำได้จริงเทียบกับแผนที่วางไว้

            การทำรายงานกระแสเงินสด และงบประมาณที่มีประสิทธิผลมีหลายลักษณะ เป็นต้นว่า ควรจะมีความยืดหยุ่นพอที่จะปรับเปลี่ยนได้ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น สถานการณ์ที่ว่านี้อาจเป็นโอกาส หรือเหตุฉุกเฉินก็ได้ ความยืดหยุ่นที่ว่านี้ก็เพื่อรับประกันว่างบประมาณที่ทำไว้ยังคงมีประสิทธิผลอยู่ แม้มีเหตุการณ์นอกเหนือจากที่วางแผนไว้

            เพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการที่วางไว้จะเป็นไปตามนั้น งบประมาณควรจะเข้าใจง่าย ปฏิบัติง่าย นั้นหมายถึงต้องมีความชัดเจน กระชับ และนำเสนอในรูปแบบที่เรียบง่าย โดยตัดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป ใช้ตัวเลขคร่าวๆ กับเงินก้อนเล็กๆ ที่ไม่มีผลกระทบต่องบประมาณ และงบประมาณที่ร่างไว้จะต้องตอบสนองเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ของลูกค้า

ขั้นตอนการทำงบประมาณ

รายงานการเงินส่วนบุคคล 63

ขั้นที่ 1 ระบุและคำนวณรายได้ทั้งปีของลูกค้า

ทำรายการแหล่งรายได้ทั้งหมด โดยระบุจำนวนที่ได้จากแต่ละแหล่ง ซึ่งอาจรวมเอา ค่าจ้าง รายได้จากธุรกิจ ค่าเช่า เงินปันผล ผลตอบแทนจากทรัสต์ ฯลฯ สำหรับผู้ที่มีรายรับไม่แน่นอน วิธีที่ดีที่สุดคือประมาณการ 2 แบบ ได้แก่แบบรายรับที่น่าจะเป็นไปได้ และแบบรายรับต่ำสุด

รายงานการเงินส่วนบุคคล 64

ขั้นที่ 2 ประเมินรายจ่ายประจำ และรายจ่ายตามที่จำเป็น

รายจ่ายประจำปี อาจแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายตายตัว และค่าใช้จ่ายตามที่จำเป็น ค่าใช้จ่ายตามตัวเป็นรายจ่ายประจำที่คุ้นเคยอยู่แล้ว จึงอาจปรับเปลี่ยนได้โดยไม่กระทบต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้ามากนัก แม้ค่าใช้จ่ายที่ตายตัวที่สุด ก็อาจจัดไว้ล่วงหน้าได้ ส่วนค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นนั้นเป็นทางเลือกของลูกค้า อาจมีการกำหนดเวลาไว้ในช่วงที่มีรายได้มากพอก็ได้

รายงานการเงินส่วนบุคคล 65

ขั้นที่ 3 คำนวณหาเงินส่วนเกิน (Surplus) หรือส่วนที่ติดลบ (Deficit)

ระหว่างทำงบประมาณ การหาเงินหมุนเวียนสุทธิของลูกค้า ทำได้โดยเอารายจ่ายทั้งหมด หักออกจากรายรับทั้งหมด ถ้ายอดสุทธิเป็นบวก ลูกค้าก็สามารถจัดสรรเงินส่วนเกินไปเก็บออม หรือลงทุน ซึ่งก็ต้องแข่งกับนิสัยในการใช้จ่ายของลูกค้าด้วย

รายงานการเงินส่วนบุคคล 66

ขั้นที่ 4 แนะนำแนวทางเพิ่มรายได้ และลดรายจ่าย

การแก้ไขกระแสเงินสดที่ติดลบ ทำได้เพียงเพิ่มรายได้ และลดรายจ่าย ถ้าลูกค้ามีกระแสเงินสดที่ติดลบ ก็ต้องแนะนำวิธีตัดค่าใช้จ่าย มันอาจจะฟังดูไม่ดีสำหรับลูกค้า แต่เขาก็ต้องยอมเปลี่ยนนิสัยในการใช้จ่าย มิฉะนั้นแผนการเงินก็จะล้มเหลว ต้องถือว่าสละความฟุ่มเฟือยระยะสั้น เพื่อบรรลุเป้าหมายระยะยาว นักวางแผนการเงินต้องคอยกระตุ้น และดูแลให้ลูกค้าอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง ในการเพิ่มเงินออม เพื่อการลงทุน และวางแผนเกษียณอายุ

รายงานการเงินส่วนบุคคล 67

ขั้นที่ 5 คำนวณรายจ่ายเป็นร้อยละจากยอดรวม

อีกทางหนึ่งที่จะทำประโยชน์ให้ลูกค้าได้ คือ เปรียบเทียบ รูปแบบการใช้จ่ายของเขา กับประชากรโดยเฉลี่ย แต่ก็อาจเป็นการยากที่จะได้ข้อมูลเช่นว่านี้มา และถึงแม้จะได้ข้อมูลมาแล้ว ก็ต้องตระหนักว่าสถิตินี้มีโอกาสเบี่ยงเบนสูง เนื่องจากสถิติประชากรด้านต่างๆ เช่น เพศ อายุ รายได้ โครงสร้างของครอบครัว ภูมิลำเนา และปัจจัยอื่นๆ

*** ฉบับหน้ามีสาระดีๆเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง และการวางแผนประกัน ที่นักขายประกันมืออาชีพ ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เรียกว่า หากต้องเฝ้ารอด้วยใจจดใจจ่อตั้งแต่วันนี้ จนกระทั่งได้อ่านฉบับต่อไปแม้แค่ไม่กี่บรรทัดก็คุ้มค่าการรอคอยแล้วครับพี่น้องครับ ***

” อาจารย์ สุทิน สุขเกษม “