Entries by tiins.com

(นายหน้าประกันชีวิต) ขอต่อฯ ครั้งที่ 1-3 LB

(นายหน้าประกันชีวิต) ขอต่อฯ ครั้งที่ 1-3 LB

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต (จัดร่วมกับสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย)

  • หลักสูตรเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต ครั้งที่ 1 ใบอนุญาต 1 ปี (LB 1)
  • หลักสูตรเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต ครั้งที่ 2 ใบอนุญาต 1 ปี (LB 2)
  • หลักสูตรเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต ครั้งที่ 3 ใบอนุญาต 5 ปี ครั้งแรก (LB 3)

(ตัวแทนประกันวินาศภัย) ขอรับ-ขอต่อฯ NA

(ตัวแทนประกันวินาศภัย) ขอรับ-ขอต่อฯ NA

รายละเอียดหลักสูตร

  • หลักสูตรเพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย ใบอนุญาต 1 ปี (NA 0)
  • หลักสูตรเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย ครั้งที่ 1 ใบอนุญาต 1 ปี (NA 1)
  • หลักสูตรเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย ครั้งที่ 2 ใบอนุญาต 1 ปี (NA 2)
  • หลักสูตรเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย ครั้งที่ 3 ใบอนุญาต 5 ปีครั้งแรก (NA 3)

(นายหน้าประกันวินาศภัย) ขอต่อฯ ครั้งที่ 1-3 NB

(นายหน้าประกันวินาศภัย) ขอต่อฯ ครั้งที่ 1-3 NB

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย (จัดร่วมกับสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย)

  • หลักสูตรเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ครั้งที่ 1 ใบอนุญาต 1 ปี (NB 1)
  • หลักสูตรเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ครั้งที่ 2 ใบอนุญาต 1 ปี (NB 2)
  • หลักสูตรเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ครั้งที่ 3 ใบอนุญาต 5 ปี ครั้งแรก (NB 3)

หลักสูตรเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็น ตัวแทน / นายหน้าประกันภัย ครั้งที่ 4 เป็นต้นไป

หลักสูตรเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็น ตัวแทน / นายหน้าประกันภัย ครั้งที่ 4 เป็นต้นไป

หลักสูตรต่ออายุใบอนุญาตฯ ครั้งที่ 4 ( 5 ปี ) เป็นต้นไป

การสมัครหลักสูตรเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนและนายหน้าประกันชีวิตและวินาศภัย ครั้งที่ 4 มีรายละเอียดดังนี้

  1. หลักสูตรที่ระบุไว้ในตาราง สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งตัวแทนประกันชีวิต/นายหน้าประกันชีวิตและตัวแทนประกันวินาศภัย/นายหน้าประกันวินาศภัย หัวข้อการอบรม (LA4 – LB4), (NA4 – NB4) หรือ การต่ออายุ 5 ปี ครั้งที่ 2 และครั้งต่อไป
  2. ระเบียบในการเข้ารับการอบรม ตั้งแต่ 8.00 – 18.00 น. (วันละ 9 ชม.) การลงทะเบียน ตั้งแต่ 7.30 – 8.00 น. (ห้ามสายเกิน 30 นาที)
  3. ผู้สมัครที่เป็นตัวแทนประกันชีวิต/ตัวแทนประกันวินาศภัย สามารถเลือกเรียนวันที่กำหนดได้แต่จะต้องสะสมชั่วโมงการเข้าอบรมให้ครบ 30 (ชม.) ตามระเบียบของคปภ. (LA4 – NA4)
  4. ผู้สมัครที่เป็นนายหน้าประกันชีวิต/นายหน้าประกันวินาศภัย สามารถเลือกเรียนวันที่กำหนดได้แต่จะต้องสะสมชั่วโมงการเข้าอบรมให้ครบ 50 (ชม.) ตามระเบียบของคปภ. (LB4 – NB4)
  5. ผู้เข้าอบรมจะต้องต่ออายุก่อนบัตรหมด 2 เดือน หรือก่อนบัตรหมดอายุ สามารถต่ออายุได้ทั้ง 2 บัตร ถ้าเป็นการต่ออายุ ครั้งที่ 4 ( 5 ปี ) เป็นต้นไป

หมายเหตุ : ถ้าผู้สมัครถือบัตรทั้ง ตัวแทนประกันชีวิต/ตัวแทนประกันวินาศภัย หรือ นายหน้าประกันชีวิต/นายหน้าประกันวินาศภัย ท่านละ 2 บัตร และเป็นการต่อครั้งที่ 4 เช่นเดียวกันนั้น สามารถสะสมได้ทั้ง 2 บัตร ( หนังสือรับรองมีอายุ 5 ปี นับจากวันที่อบรม)

รายละเอียดหลักสูตร

 แนะนำหลักสูตร 

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 ครั้งที่ 2 มอบรางวัลเชิดชูเกียรติบริษัทประกันภัยในเอเชีย “ประกันภัย+โบรกเกอร์ไทย”โดดเด่นรับ 9 สาขา

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 21

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 22

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 23

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 24

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 25

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 26

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 27

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 28

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 29

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 30

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 31

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 32

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 33

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 34

หอการค้าอินเดียผนึก TII จัดงาน Emerging Asia Insurance Conclave and Awards 2019 35

นกยูงตัวหนึ่งในดินแดนนกเพนกวิน 2

แสดงความเชื่อมโยงกับแนวคิดผู้นำองค์กร

จากลักษณะนิสัยของเพอร์รี่ ผู้ที่จะเป็นผู้นำของเพอร์รี่สามารถนำทฤษฎีของ Paul Hersey and Kenneth Blanchard’s Life Cycle or Situation Leardership Theory มาใช้ได้ โดยทฤษฎี  Situation Leadership  เป็นทฤษฎีที่เน้นใน ตัวผู้ใต้บังคับบัญชาหรือผู้ตาม โดยเห็นว่าผู้นำจะประสบผลสำเร็จได้จากการเลือกรูปแบบผู้นำ ที่เหมาะสมกับระดับความพร้อมหรือวุฒิภาวะของผู้ตาม และไม่ว่าผู้นำจะเก่งกาจสักเพียงใด หากปราศจากการแสดงออกที่เหมาะสมของผู้ตาม งานก็ย่อมจะไม่เกิดผลสำเร็จ Situation Leardership ประกอบด้วยมิติของผู้นำ 2 ประเภทคือ พวกเน้นงานหรือเน้นคน และได้แบ่งผู้นำเป็น 4 ประเภท ดังนี้

 

ประเภทบอก
หรือเน้นงานไม่เน้นคน ผู้นำต้องคอยกำกับสั่งการให้รู้ว่าต้องทำอะไรเหมาะกับผู้ตามประเภท M1 คือ คนไม่มีความสามารถและไม่เต็มใจทำงาน

ประเภทขาย
หรือเน้นทั้งงานและคน ผู้นำทำหน้าที่ชี้นำ/สั่งการและสนับสนุน เหมาะกับผู้ตามประเภท M2 คือ คนที่ไม่มีความสามารถแต่มีความเต็มใจทำงาน

ประเภทร่วมมือ
หรือไม่เน้นงานแต่เน้นคน ผู้นำและผู้ตามร่วมมือกันวางแผนตัดสินใจร่วมกัน เหมาะกับผู้ตามประเภท M3 คือ คนที่มีความสามารถแต่ไม่เต็มใจทำงาน

 ประเภทมอบหมายงาน
หรือไม่เน้นทั้งงานและคน ผู้นำไม่มีบทบาทในการชี้นำเหมาะกับผู้ตามประเภท M4 คือ คนที่มีความสามารถและเต็มใจทำงาน

สำหรับนิสัยของเพอร์รี่ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานและมีความสามารถจะเห็นว่าเพอร์รี่เป็นประเภท M4 ดังนั้นผู้นำของเพอร์รี่  จะต้องเป็นประเภท มอบหมายงาน 

การที่เพอร์รี่ลาออกจากดินแดนนกเพนกวินเพราะเพอร์รี่ไม่อยากสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองซึ่งจะสอดคล้องที่ Daniel  Kahneman  กล่าวไว้ว่า “จิตมนุษย์นี้ไซร้  ยากแท้หยั่งถึง  แต่เลือกกระทำในสิ่งที่ก่อให้เกิดต้นทุนน้อยเสมอ” ถ้าเพอร์รี่ยังทำงานในดินแดนนกเพนกวินเพอร์รี่จะต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็นนกเพนกวินเพื่อที่จะได้รับการยอมรับการที่ต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองเป็นต้นทุนที่สูงมากสำหรับเพอร์รี่และมนุษย์ทุกคนดังนั้นเพอร์รี่จึงเลือกที่จะลาออก เพราะสูญเสียแค่งานซึ่งก็สามารถที่จะหางานใหม่ได้จะเห็นว่าเป็นต้นทุนที่ต่ำกว่า

สำหรับกรณีที่เพอร์รี่ลาออกจากดินแดนนกเพนกวินและไปทำงานในดินแดนแห่งโอกาสสามารถอธิบายได้ด้วยเรื่องของ อำนาจ” เป็นศักยภาพที่สิ่งหนึ่งสมมุติให้เป็น A มีต่อสิ่งหนึ่งสมมุติให้เป็น B ต้องทำบางสิ่งที่ในภาวะอื่นๆเขาจะไม่ทำการพึ่งพาหรือความไม่เป็นอิสระ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอำนาจจากข้อสมมุติฐานเบื้องต้นที่ว่า B ต้องพึ่งพา A มากเพียงใด ก็เท่ากับว่า A มีอำนาจเหนือ B มากเท่านั้น…เพอร์รี่ลาออกจากดินแดนนกเพนกวินเพราะองค์กรนกเพนกวินไม่ได้เป็นองค์กรเดียวที่เพอร์รี่ต้องทำงานด้วยเพอร์รี่มีทางเลือกที่จะไปทำงานกับองค์กรอื่นเพอร์รี่จึงอยู่ในภาวะอิสระไม่ต้องพึงพาองค์กรนกเพนกวินเพื่อให้ตนได้สิ่งที่ต้องการแสดงว่าดินแดนนกเพนกวินไม่มีอำนาจเหนือเพอร์รี่จึงไม่สามารถกำหนดจำกัดทางเลือกของเพอร์รี่ในการไปทำงานที่ใหม่

องค์กรนกเพนกวินเป็นองค์กรที่มีปทัสถานหรือแนวปฏิบัติ (Norms) เป็นมาตรฐานพฤติกรรมซึ่งเป็นที่ยอมรับ และถือปฎิบัติในหมู่สมาชิกของกลุ่มนกเพนกวินด้วยกัน โดยสมาชิกแต่ละคนจะทราบว่าการกระทำใดสมควรหรือไม่สมควร  ทั้งนี้ปทัสถานเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มที่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม และไม่จำเป็นต้องกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร โดยทั่วไปแบ่งปทัสถานเป็น 4 ประเภท คือ

ปทัสถานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงาน ซึ่งเป็นแนวทางกำหนดให้พนักงานควรปฏิบัติอย่างไร เช่น แนวทางการทำงานให้สำเร็จ

ปทัสถานด้านการแสดงออก ได้แก่การแต่งกายที่เหมาะสม ความจงรักภัคดีต่อกลุ่มและองค์กร 

ปทัสถานทางสังคมอย่างไม่เป็นทางการ เป็นการเข้ากลุ่มโดยทั่วไป เช่น กลุ่มอาหารกลางวัน

ปทัสถานว่าด้วยการจัดสรรทรัพยากร เช่น การจัดสรรอุปกรณ์ การมอบหมายงานที่ยาก

สำหรับดินแดนนกเพนกวินจะมีปทัสถานเด่นๆ คือ ปทัสถานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานและปทัสถานด้านการแสดงออกจะเห็นได้จากการที่ดินแดนนกเพนกวินได้ออกแบบนโยบายและวิธีการทำงานที่เหมาะกับนกเพนกวินและนกเพนกวินทุกตัวมีความเป็นระเบียบ จงรักภักดีต่อองค์กรเสียสละทุกอย่างเพื่อองค์กร

แสดงความคิดเห็น

          >>> นกเพนกวินยึดติดกับการทำงานแบบเดิมๆมีวิสัยทัศน์แคบยึดติดกับความสำเร็จในอดีตไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ยึดติดธรรมเนียม อนุรักษ์นิยม ขอบกฎระเบียบ เคารพผู้บังคับบัญชา ข้าพเจ้าคิดว่าทุกคนมีนกเพนกวินอยู่ในตัวซึ่งจะเห็นได้จากการที่เราจะใช้เส้นทางเดิมๆในการเดินทางกลับบ้าน หรือการเก็บแฟ้มเอกสารไว้อย่างเป็นระเบียบเพื่อการค้นหาที่สะดวก

>>> ข้าพเจ้าคิดว่า องค์กรนกเพนกวินควรจะปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการใหม่ คือต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ เพื่อที่องค์กรนกเพนกวินจะได้สามารถอยู่รอดได้ภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน แต่ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนกเพนกวินจะต้องปรับเปลี่ยนทุกอย่างสำหรับวัฒนธรรมที่ดีที่องค์กรนกเพนกวินมีอยู่ก็ควรรักษาเอาไว้ เช่น เรื่องการมีกฎระเบียบ  มีวินัย  การให้ความเคารพผู้บังคับบัญชา

          >>> ข้อดีของนกเพนกวิน ที่ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าสามารถนำมาใช้กับองค์กรของข้าพเจ้า คือการที่นกเพนกวินมีวัฒนธรรมและแนวปฏิบัติที่นกเพนกวินทุกตัวทำตาม โดยเฉพาะแนวปฏิบัติในด้านความมีระเบียบ วินัย ซึ่งถ้าเราสามารถสร้างแนวปฏิบัติดังกล่าวในองค์กรของเราได้ ก็จะส่งผลให้พนักงานปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติขององค์กรมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่นเรื่องการมาทำงานตรงเวลา  มีความตั้งใจปฏิบัติงานในหน้าทีของตนเองอย่างเต็มความรู้ความสามารถ ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน กฎ  ระเบียบ บางเรื่องที่ทำให้เกิดความล่าช้าในการทำงาน เพื่อให้เกิดการทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

>>> ตามความเห็นของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคิดว่าในทุกองค์กรควรจะมีทั้งคนที่ชอบกฎระเบียบแบบนกเพนกวินเพื่อทำหน้าที่รักษากฎระเบียบและวัฒนธรรมขององค์กรไว้และในขณะเดียวกันองค์กรก็ควรมีคนที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์แบบนกยูงเพื่อที่จะได้พัฒนาความคิดใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาในองค์กร เพื่อพัฒนาองค์กรให้เจริญก้าวหน้าไปพร้อมกับการมีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง 


นกยูงตัวหนึ่งในดินแดนนกเพนกวิน

เกริ่นนำ

หากเลือกได้…ระหว่างได้ร่วมงานกับองค์กรใหญ่ มีชื่อเสียง และมีโอกาสจะประสบความสำเร็จในอาชีพ
แต่ในขณะเดียวกันต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง

กับ…การร่วมงานในองค์กรเล็กๆ แต่ยอมรับความรู้ความสามารถของเรา…ท่านเลือกที่จะร่วมงานกับองค์กรใด?

นิทานเรื่อง “นกยูงตัวหนึ่งในดินแดนนกเพนกวิน” เป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่จะเสนอให้เห็นว่าการที่เราตัดสินใจเลือกทำงานกับองค์กรใหญ่ ที่สภาพแวดล้อมขององค์กรถูกสร้างโดยผู้บริหารที่มองโลกต่างจากเรา  เราควรจะตัดสินใจ อย่างไร ?  แล้วจะมีวิธีการปรับตัวอย่างไรให้อยู่ในองค์กรใหม่ได้อย่างมีความสุข?  สิ่งที่น่าสนใจ คือ นิทานเรื่องนี้ทำให้เราเข้าใจว่าแต่ละองค์กรจะมี วัฒนธรรม ที่เป็นแนวทางของตัวเอง   บางวัฒนธรรมก็ควรรักษาไว้  บางวัฒนธรรมหากมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง อาจส่งผลดีต่อองค์กร เราสามารถจะนำแนวคิดจากเรื่องนี้ไปเป็นแนวทางในการปรับใช้กับการทำงานขององค์กรที่เราร่วมงานอยู่ด้วยได้

เรื่องย่อ “นกยูงตัวหนึ่งในดินแดนของนกเพนกวิน”

“นกยูงตัวหนึ่งในดินแดนของนกเพนกวิน” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนกยูงชื่อ  “เพอร์รี่” ที่เต็มไปด้วยความสดใส  มีพรสวรรค์  มีความคิดสร้างสรรค์  จินตนาการเป็นเลิศ ประสบความสำเร็จอย่างมากในดินแดนของตัวเองได้เข้าร่วมงานในดินแดนนกเพนกวิน ซึ่งเป็นดินแดนที่องค์กรขนาดใหญ่ เกือบทั้งหมดถูกปกครองโดยนกเพนกวินและผู้บริหารระดับสูงของดินแดนนี้ล้วนแต่เป็น…นกเพนกวิน

นกยูงตัวหนึ่งในดินแดนนกเพนกวิน 39

นกยูงตัวหนึ่งในดินแดนนกเพนกวิน 40

ดินแดนนกเพนกวิน…มีนโยบายและวิธีการทำงาน ถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับนกเพนกวินเท่านั้น  นกเพนกวินทุกตัวมีความเป็นระเบียบ จงรักภักดีต่อองค์กรชอบทำงานเป็นทีมเสียสละทุกอย่างเพื่อองค์กร 

ตอนแรกเพอร์รี่คิดว่าจะมีอนาคตสดในในดินแดนแห่งนี้  เนื่องจากได้ยินมาว่า…ดินแดนนกเพนกวินเป็นดินแดนที่ต้องการแนวคิดใหม่ๆเห็นคุณค่าของความแตกต่างมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี  มีความมั่งคั่ง  และนกทุกตัวในดินแดนนี้จะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด แต่เมื่อเพอร์รี้ได้มาทำงานในดินแดนนกเพนกวินปรากฏว่าไม่เป็นอย่างที่เคยได้ยินมา   

นกพันธุ์อื่นที่ถูกคาดหวังว่าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง จะถูกชักนำให้ทำตัวเหมือนกับสิ่งที่นกเพนกวินปฏิบัติ คือ เดิน พูด แต่งตัวเหมือนนกเพนกวิน  

นกเพนกวินได้พยายามเปลี่ยนเพอร์รี่ให้เป็นนกเพนกวิน คือ เดิน พูด คิดแบบนกเพนกวิน โดยไม่ดูความสามารถของเพอร์รี่  เพอร์รี่จึงได้ลาออกจากดินแดนนกเพนกวินและได้ไปทำงานที่ใหม่ชื่อ “ดินแดนแห่งโอกาส” ณ ดินแดนแห่งนี้ ต้องการนกหลายเผ่าพันธุ์ นกแต่ละพันธุ์เป็นตัวของตัวเองได้รับการยอมรับและเชื่อใจ นกหลายเผ่าพันธุ์ที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้นำเกิดจากฝีมือ ทักษะ ความสามารถของนกเหล่านั้น คำขวัญของดินแดนแห่งนี้ คือ “ ยิ่งใหญ่จากความหลากหลาย ” นกทุกตัวมีความสุขในดินแดนนี้

นกยูงตัวหนึ่งในดินแดนนกเพนกวิน 41

แนวคิด ประโยชน์การนำไปใช้

กลยุทธ์เอาตัวรอดของนกยูงที่ต้องทำงานกับนกเพนกวิน
1. ไม่ควรปล่อยให้เพื่อนร่วมงานต้องลำบากเพราะความแตกต่างของเรา ให้อดทนทำงาน ให้ดีที่สุด เพราะประวัติการทำงานที่ดีเป็นสิ่งสำคัญที่สุดทั้งในดินแดนนกเพนกวินและดินแดนแห่งโอกาส
2. มองหานกพันธุ์พิเศษอื่นๆ เพื่อสร้างมิตรภาพ  เครือข่าย  สนับสนุนซึ่งกันและกัน
3. เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการถูกบังคับให้เป็นนกเพนกวิน เมื่อถึงคราวจำเป็น…
4. บอกตัวเองเสมอว่า คุณไม่ใช่คนแปลกหน้า ไม่มีอะไรผิดที่คุณจะมีพรสวรรค์ ทักษะ และแนวคิดที่มีคุณค่า  แม้นกเพนกวินจะไม่ให้ความสำคัญก็ตาม


เทคนิคของนกยูงที่ต้องการบินข้ามดินแดนนกเพนกวิน
1.  จงยอมรับความจริงว่าสักวันคุณต้องทำงานกับนกเพนกวินเพราะพวกนี้อยู่ในองค์กรโดยเฉพาะองค์กรใหญ่ๆ
2. พยามอยู่ห่างจากองค์กรที่มีนกเพนกวินเป็นผู้นำเปิดใจให้กว้างในการมองหาที่ทำงานที่น่าสนใจกว่านี้
3. การสร้างธุรกิจของตนเองก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจโดยไม่ต้องทำงานในองค์กรใหญ่ๆ ก็มีความสุขได้
4. บอกตัวเองเสมอว่าคุณไม่โดดเดี่ยว มีนกอีกมากมายที่เผชิญปัญหาเดียวกับคุณ
5. จงทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีต้องช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้นกตัวอื่นที่แตกต่างเพื่อนำไปสู่ความสุขและความสำเร็จร่วมกัน

กลยุทธ์ของนกพันธ์ต่างๆ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับนกเพนกวิน

  1. กลยุทธ์แบบนกบูลเบิร์ด ทำตัวให้สดชื่นแจ่มใสตลอดเวลา พยามทำให้ดีที่สุดในสถานการณ์ที่ยุงยาก
  1. กลยุทธ์แบบนกแก้ว เลียนแบบสิ่งที่อยู่รอบตัวคุณ ทำงานให้หนักเหมือนนกเพนกวินเพื่อจะได้รับการยอมรับ  คนที่เลือกกลยุทธ์นี้  ต้องเป็นคนที่มีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดี
  1. กลยุทธ์ของนกหงส์ ทำงานให้เสร็จและได้รับความเคารพด้วยการทำงานอย่างมีเกียรติ คนบางคนเป็นที่ยำเกรงของคนอื่นได้โดยไม่ต้องทำอะไร พวกเขามีความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกส่วนลึกภายในตัว  ที่เห็นคุณค่าของตัวเอง  หรือตัวเองมีดี
  1. กลยุทธ์ของห่าน ตัดสิ่งไม่ดีออกไปและบินไปข้างหน้าเพื่อหาแหล่งอาหารใหม่ เมื่อมีความขัดแย้งขึ้นระหว่างคุณกับองค์กร  และไม่มีแนวทางไหนจะใช้ได้ผลแล้ว  บางครั้งการลาออกจากองค์กรก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 

แสดงความเชื่อมโยงกับแนวคิดผู้นำองค์กร

 จากลักษณะนิสัยของเพอร์รี่ ผู้ที่จะเป็นผู้นำของเพอร์รี่สามารถนำทฤษฎีของ Paul Hersey and Kenneth Blanchard’s Life Cycle or Situation Leardership Theory มาใช้ได้ โดยทฤษฎี  Situation Leadership  เป็นทฤษฎีที่เน้นในตัวผู้ใต้บังคับบัญชาหรือผู้ตาม โดยเห็นว่าผู้นำจะประสบผลสำเร็จได้จากการเลือกรูปแบบผู้นำที่เหมาะสมกับระดับความพร้อมหรือวุฒิภาวะของผู้ตาม และไม่ว่าผู้นำจะเก่งกาจสักเพียงใดหากปราศจากการแสดงออกที่เหมาะสมของผู้ตามงานก็ย่อมจะไม่เกิดผลสำเร็จ  Situation Leardership ประกอบด้วยมิติของผู้นำ 2 ประเภทคือ พวกเน้นงานหรือเน้นคน และได้แบ่งผู้นำเป็น 4 ประเภท ดังนี้

ประเภทบอก
หรือเน้นงานไม่เน้นคน ผู้นำต้องคอยกำกับสั่งการให้รู้ว่าต้องทำอะไรเหมาะกับผู้ตามประเภท M1 คือ คนไม่มีความสามารถและไม่เต็มใจทำงาน

ประเภทขาย
หรือเน้นทั้งงานและคน ผู้นำทำหน้าที่ชี้นำ/สั่งการและสนับสนุน เหมาะกับผู้ตามประเภท M2 คือ คนที่ไม่มีความสามารถแต่มีความเต็มใจทำงาน

ประเภทร่วมมือ
หรือไม่เน้นงานแต่เน้นคน ผู้นำและผู้ตามร่วมมือกันวางแผนตัดสินใจร่วมกัน เหมาะกับผู้ตามประเภท M3 คือ คนที่มีความสามารถแต่ไม่เต็มใจทำงาน

 ประเภทมอบหมายงาน
หรือไม่เน้นทั้งงานและคน ผู้นำไม่มีบทบาทในการชี้นำเหมาะกับผู้ตามประเภท M4 คือ คนที่มีความสามารถและเต็มใจทำงาน

สำหรับนิสัยของเพอร์รี่ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานและมีความสามารถจะเห็นว่าเพอร์รี่เป็นประเภท M4 ดังนั้นผู้นำของเพอร์รี่  จะต้องเป็นประเภท มอบหมายงาน 

การที่เพอร์รี่ลาออกจากดินแดนนกเพนกวินเพราะเพอร์รี่ไม่อยากสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองซึ่งจะสอดคล้องที่ Daniel  Kahneman  กล่าวไว้ว่า “จิตมนุษย์นี้ไซร้  ยากแท้หยั่งถึง  แต่เลือกกระทำในสิ่งที่ก่อให้เกิดต้นทุนน้อยเสมอ” ถ้าเพอร์รี่ยังทำงานในดินแดนนกเพนกวินเพอร์รี่จะต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็นนกเพนกวินเพื่อที่จะได้รับการยอมรับการที่ต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองเป็นต้นทุนที่สูงมากสำหรับเพอร์รี่และมนุษย์ทุกคนดังนั้นเพอร์รี่จึงเลือกที่จะลาออก เพราะสูญเสียแค่งานซึ่งก็สามารถที่จะหางานใหม่ได้จะเห็นว่าเป็นต้นทุนที่ต่ำกว่า

สำหรับกรณีที่เพอร์รี่ลาออกจากดินแดนนกเพนกวินและไปทำงานในดินแดนแห่งโอกาสสามารถอธิบายได้ด้วยเรื่องของ อำนาจ” เป็นศักยภาพที่สิ่งหนึ่งสมมุติให้เป็น A มีต่อสิ่งหนึ่งสมมุติให้เป็น B ต้องทำบางสิ่งที่ในภาวะอื่นๆเขาจะไม่ทำการพึ่งพาหรือความไม่เป็นอิสระ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอำนาจจากข้อสมมุติฐานเบื้องต้นที่ว่า B ต้องพึ่งพา A มากเพียงใด ก็เท่ากับว่า A มีอำนาจเหนือ B มากเท่านั้น…เพอร์รี่ลาออกจากดินแดนนกเพนกวินเพราะองค์กรนกเพนกวินไม่ได้เป็นองค์กรเดียวที่เพอร์รี่ต้องทำงานด้วยเพอร์รี่มีทางเลือกที่จะไปทำงานกับองค์กรอื่นเพอร์รี่จึงอยู่ในภาวะอิสระไม่ต้องพึงพาองค์กรนกเพนกวินเพื่อให้ตนได้สิ่งที่ต้องการแสดงว่าดินแดนนกเพนกวินไม่มีอำนาจเหนือเพอร์รี่จึงไม่สามารถกำหนดจำกัดทางเลือกของเพอร์รี่ในการไปทำงานที่ใหม่

องค์กรนกเพนกวินเป็นองค์กรที่มีปทัสถานหรือแนวปฏิบัติ (Norms) เป็นมาตรฐานพฤติกรรมซึ่งเป็นที่ยอมรับ และถือปฎิบัติในหมู่สมาชิกของกลุ่มนกเพนกวินด้วยกัน โดยสมาชิกแต่ละคนจะทราบว่าการกระทำใดสมควรหรือไม่สมควร  ทั้งนี้ปทัสถานเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มที่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม และไม่จำเป็นต้องกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร โดยทั่วไปแบ่งปทัสถานเป็น 4 ประเภท คือ

ปทัสถานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงาน ซึ่งเป็นแนวทางกำหนดให้พนักงานควรปฏิบัติอย่างไร เช่น แนวทางการทำงานให้สำเร็จ

ปทัสถานด้านการแสดงออก ได้แก่การแต่งกายที่เหมาะสม ความจงรักภัคดีต่อกลุ่มและองค์กร 

ปทัสถานทางสังคมอย่างไม่เป็นทางการ เป็นการเข้ากลุ่มโดยทั่วไป เช่น กลุ่มอาหารกลางวัน

ปทัสถานว่าด้วยการจัดสรรทรัพยากร เช่น การจัดสรรอุปกรณ์ การมอบหมายงานที่ยาก

สำหรับดินแดนนกเพนกวินจะมีปทัสถานเด่นๆ คือ ปทัสถานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานและปทัสถานด้านการแสดงออกจะเห็นได้จากการที่ดินแดนนกเพนกวินได้ออกแบบนโยบายและวิธีการทำงานที่เหมาะกับนกเพนกวินและนกเพนกวินทุกตัวมีความเป็นระเบียบ จงรักภักดีต่อองค์กรเสียสละทุกอย่างเพื่อองค์กร

แสดงความคิดเห็น

          >>> นกเพนกวินยึดติดกับการทำงานแบบเดิมๆมีวิสัยทัศน์แคบยึดติดกับความสำเร็จในอดีตไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ยึดติดธรรมเนียม อนุรักษ์นิยม ขอบกฎระเบียบ เคารพผู้บังคับบัญชา ข้าพเจ้าคิดว่าทุกคนมีนกเพนกวินอยู่ในตัวซึ่งจะเห็นได้จากการที่เราจะใช้เส้นทางเดิมๆในการเดินทางกลับบ้าน หรือการเก็บแฟ้มเอกสารไว้อย่างเป็นระเบียบเพื่อการค้นหาที่สะดวก

>>> ข้าพเจ้าคิดว่า องค์กรนกเพนกวินควรจะปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการใหม่ คือต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ เพื่อที่องค์กรนกเพนกวินจะได้สามารถอยู่รอดได้ภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน แต่ไม่ได้หมายความว่าองค์กรนกเพนกวินจะต้องปรับเปลี่ยนทุกอย่างสำหรับวัฒนธรรมที่ดีที่องค์กรนกเพนกวินมีอยู่ก็ควรรักษาเอาไว้ เช่น เรื่องการมีกฎระเบียบ  มีวินัย  การให้ความเคารพผู้บังคับบัญชา

          >>> ข้อดีของนกเพนกวิน ที่ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าสามารถนำมาใช้กับองค์กรของข้าพเจ้า คือการที่นกเพนกวินมีวัฒนธรรมและแนวปฏิบัติที่นกเพนกวินทุกตัวทำตาม โดยเฉพาะแนวปฏิบัติในด้านความมีระเบียบ วินัย ซึ่งถ้าเราสามารถสร้างแนวปฏิบัติดังกล่าวในองค์กรของเราได้ ก็จะส่งผลให้พนักงานปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติขององค์กรมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่นเรื่องการมาทำงานตรงเวลา  มีความตั้งใจปฏิบัติงานในหน้าทีของตนเองอย่างเต็มความรู้ความสามารถ ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน กฎ  ระเบียบ บางเรื่องที่ทำให้เกิดความล่าช้าในการทำงาน เพื่อให้เกิดการทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

>>> ตามความเห็นของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคิดว่าในทุกองค์กรควรจะมีทั้งคนที่ชอบกฎระเบียบแบบนกเพนกวินเพื่อทำหน้าที่รักษากฎระเบียบและวัฒนธรรมขององค์กรไว้และในขณะเดียวกันองค์กรก็ควรมีคนที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์แบบนกยูงเพื่อที่จะได้พัฒนาความคิดใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาในองค์กร เพื่อพัฒนาองค์กรให้เจริญก้าวหน้าไปพร้อมกับการมีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง